วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โคมไฟจากกะลามะพร้าว

โคมไฟจากกะลามะพร้าว

               มะพร้าวเป็นพืชยืนต้นชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันดี อยู่ในตระกุลปาล์ม เราใช้ประโยชน์จากมะพร้าวได้หลายทาง เช่น น้ำและเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้รับประทาน เนื้อในผลแก่นำไปขูดและคั้นทำกะทิ กะลานำไปประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ จานรองแก้ว กระดุม ฯลฯ



วัสดุที่ใช้

      1. กะลามะพร้าว 2. หลอดไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟ 3. เทปพันสายไฟ 4. ไม้อัดเหลือใช้ คอโคมไฟไม่ใช้แล้ว 5. เครื่องยิงกาว 6. สีไม้โอ๊ก เครื่องมือและอุปกรณ์7. เลื่อยฉลุ 8. สว่านเจาะ 9. กระดาษทรายหยาบ 10. กระดาษทรายละเอียด 11. ดินสอ / วงเวียน

ขั้นตอนในการทำ

          1.นำกะลามะพร้าว ลูกผ่ากลางกะลาแบ่งเป็น ส่วนขนาดไม่เท่ากันให้ส่วนหนึ่งเล็กกว่าอีกส่วนหนึ่งประมาณ ซ.ม          2. นำกะลาส่วนที่เล็กเจาะรูตรงกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว แล้วขัดกะลาให้ มันแล้วทาด้วยสีไม้โอ๊ก          3. นำกะลาส่วนที่ใหญ่กว่าเจาะรูตรงกลางประมาณ 2 นิ้วและเจาะรูด้านข้างขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซ. ม เพื่อติดสวิสซ์ไฟ          4. นำคอโคมไฟที่ไม่ใช้แล้วมาติดกับกะลาด้านที่ใหญ่โดยติดกาวให้แน่น          5. นำสายไฟติดปลั๊กไฟให้เรียบร้อยแล้วสอดเข้ารูเพื่อติดสวิสซ์ไฟแล้วนำไม้อัดมาปิด ฐานกะลาให้เรียบร้อย          6.นำกะลาส่วนที่เล็กมาติดกับคอโคมไฟด้านบนและสอดสายไฟจากฐานกะลาขึ้นมาให้ เรียบร้อย          7. ตรวจความเรียบร้อยของโคมไฟ






ขอบคุณเว็บ
https://sites.google.com/site/khorngnganphlitphanthcakkalaa/bth-thi-1-bthna


วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โมบายหลอดพลาสติก

                
                                                  โมบายหลอดพลาสติก

                       ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม

            อุปกรณ์ประกอบด้วย ด้ายเส้นใหญ่ เข็ม สำหรับร้อยเอ็น, เอ็นพลาสติก, กรรไกร, หลอดกาแฟ, ลูกปัดสี, กระดิ่ง ไหมญี่ปุ่น และวัสดุตกแต่งอื่น ๆ ตามความต้องการ หรือตามจินตนาการ

ขั้นตอนการทำโมบายหลอดพลาสติก
      
           วิธีทำนำหลอดพลาสติก/หลอดกาแฟ มาพับ เป็นรูปสามเหลี่ยม รูปดาว ขนาดใหญ่ เล็ก นำมาเย็บติดกัน ตามรูปแบบที่ต้องการ ตกแต่งด้วยลูกปัด ไหมญี่ปุ่น กระดิ่ง ให้สวยงาม ส่วนใหญ่มีหลักการทำคล้ายกันทุกแบบ คือ การพับหลอดกาแฟให้เป็นรูปสามเหลี่ยม คล้าย ๆ ข้าวต้มลูกโยน เริ่มจากนำหลอดกาแฟชนิดยาวมาตัดหรือผ่าครึ่งออกตามยาวด้วยกรรไกร จากนั้นเริ่มทำการพับหลอดกาแฟให้เป็นรูปสามเหลี่ยมไปจนหมดความยาวของหลอด โดยพับเผื่อไว้ล่วงหน้า ซึ่งโมบายพุ่ม 1 ชิ้นจะใช้สามเหลี่ยมประมาณ 68-141 อัน สำหรับสามเหลี่ยมที่พับนั้น จะใช้ทั้งสามเหลี่ยมแบบนูนและสามเหลี่ยมแบบแบน โดยสามเหลี่ยมแบบนูนจะใช้สำหรับเป็นฐานหลักของโมบายส่วนสามเหลี่ยมแบบแบนจะใช้ประกอบในส่วนที่เป็นลูกช่วงสำหรับเชื่อมต่อระหว่างส่วนบนและส่วนล่างของโมบาย

ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม

        เมื่อพับหลอดกาแฟเป็นรูปสามเหลี่ยมได้ครบจำนวนแล้ว นำเข็มกับเอ็นพลาสติกมาร้อยสามเหลี่ยมเข้าด้วยกันให้เกิดเป็นรูปทรงตามที่ ออกแบบไว้ ตรงนี้ถ้าใครที่มีทักษะการร้อยพวงมาลัย หรือการร้อยอุบะ จะสามารถผลิตชิ้นงานได้เร็วขึ้น เพราะใช้ทักษะคล้ายกัน เมื่อรวมสามเหลี่ยมหลอดกาแฟเป็นรูปทรงตามที่ต้องการได้แล้ว ก็ทำการเย็บลูกปัดสี กระดิ่ง วัสดุตกแต่ง เพื่อประกอบและตกแต่งโมบายก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

     สำหรับการทำเป็นปลาตะเพียนนั้นเริ่มจากนำหลอดยาวมาตัดและพับเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนแล้วพับไปจนหมดความยาว ของหลอด นำหลอดมาตัดอีกแล้วพับเป็นสามแฉก นำเข็มและเอ็นพลาสติกมาเย็บกับหลอดสามเหลี่ยมที่เตรียมไว้ มัดหลอดติดกับเอ็นพลาสติก และเย็บลูกปัดตามไปพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่หัวปลาไปถึงหางปลาจำนวน 2 ชิ้น นำแบบปลา 2 ชิ้นมาเย็บติดกัน พร้อมกับลูกปัด จนได้ปลา 1 ตัว ส่วนขั้นตอนการทำสายห้อยด้านบนปลาตะเพียน เริ่มจากนำเข็มและเอ็นพลาสติกมาร้อยกับลูกปัดสลับสีกัน หรือจะใช้ลูกปัดสีเดียวกันก็ได้ตามแต่จินตนาการ จากนั้นเย็บติดกับด้านบนของปลาตัวใหญ่ ส่วนการทำสายห้อยด้านล่าง มีขั้นตอนเหมือนการร้อยอุบะพวงมาลัย โดยจำนวนเส้นที่ห้อยลงมาขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ทำ แต่ไม่ควรมากเกินไป เพราะจะดูเกะกะ ไม่กระจายตัว ดูไม่สวยงามเวลาแขวน เทคนิคการสร้างความน่าสนใจให้ชิ้นงาน บุญสืบแนะนำว่า อยู่ที่ความละเอียดของสามเหลี่ยมที่ใช้ประกอบเป็นชิ้นงาน ไม่ควรเว้นช่องว่างหรือร้อยให้ตาห่างเกินไป นอกจากนี้การเลือกใช้สีของหลอดกาแฟก็สำคัญ ควรเน้นสีสันสดใสเป็นหลัก เพราะเป็นที่นิยมมากกว่าการใช้หลอดสีเรียบเพียงอย่างเดียว

     

ประโยชน์ใช้    ประดับตกแต่งบ้าน ห้องเรียน เป็นของฝากสำหรับคนที่สนใจค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.m-culture.in.th/moc_new/album/147954/%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81-%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B8%A2-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%B8%E0%B9%8C/

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

งานผลิตภัณฑ์เสื่อ สาดจากต้นกก


งานผลิตภัณฑ์เสื่อ สาดจากต้นกก


ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม


การทอเสื่อมีขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยวต้นกก เมื่ออายุกกได้ประมาณ 2-4 เดือน กกเริ่มมีความเหนียวพอประมาณ โดยสังเกตต้นกกออกดอก ซึ่งเป็นระยะที่มีความเหนียวจึงเริ่มตัดกกได้ โดยใช้มีดหรือเคียวตัดบริเวณโคนต้นเพื่อให้กกแตกหน่อขึ้นมาใหม่ การกรีดและการตากกก รายละเอียด ดังนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขั้นตอนการทอสาด

            1. นำต้นกกที่ทำการตัดปลายส่วนที่เป็นดอกออก
            2.ใช้มีดที่มีลักษณะปลายแหลม ซึ่งทำมาจากเลื่อยอันเล็ก ๆ นำมาตัดให้เป็นปลายแหลม
            3. กรีดกกในแต่ละเส้นให้กึ่งกลางทุกเส้น ซึ่งในแต่ละเส้นต้นกกจะมีขนาดไม่เท่ากัน ถ้าหากเป็นต้นกกที่มีขนาดเล็ก ก็จะทำการกรีดตรงกลางเพียงครั้งเดียวก็ใช้ได้แล้ว แต่ถ้าต้นกกใหญ่ขึ้นมากหน่อยก็จะทำการกรีดเหมือนกันแต่จะมีส่วนที่เสีย 1 เส้น เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ต้นกกที่กรีดจะใหญ่เกินไป เวลาตากจะไม่แห้ง
            4.หลังจากทำการกรีดหัวแล้วจะต้องนำไปตาก โดยวางเรียงกันเป็นแนวยาวโดยการใช้ไม้แผ่นยาว ๆ เวลาตากต้องตากให้บาง ๆ เพื่อจะได้แห้งเร็ว จะต้องตากประมาณ 2-3วัน
            5.วันแรกจะตาก ๑ วันเต็ม ๆ จากนั้นก็จะนำมามัดปลายเป็นมัดเล็ก ๆ และต้องตากอีก 2 วันให้กกนั้นแห้ง
            6.จากนั้นนำต้นกกมาสางเอาปลอกของต้นกกและส่วนหัวออก
            7.นำต้นกกที่สางเสร็จแล้วนำมามัดเป็นมัด ๆ เพื่อรอทอเป็นเสื่อ


ขั้นตอนการการย้อมสี



           1. นำกกที่ทำการมัดเสร็จเรียบร้อย ไปแช่น้ำประมาณ 10 ชั่วโมง เพื่อให้ต้นกกนิ่ม
           2. ต้มน้ำให้เดือด ต้องใช้หม้อหรือกระทะขนาดใหญ่
           3. ใส่สีย้อมผ้าที่ต้องการย้อมลงไป สีที่นิยมใช้มากที่สุดคือ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว เพื่อให้สีติดได้ดีการต้มน้ำควรใส่เกลือ 1 กำมือ
           4.นำต้นกกที่แช่ไว้ในน้ำใส่ลงไปในหม้อหรือกะทะที่น้ำกำลังเดือดทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นก็นำกกออกจากหม้อหรือกะทะ แล้วนำไปแช่น้ำ
            5.จากนั้นก็นำขึ้นทิ้งเอาไว้โดยการตากในที่ร่ม และมีลดพัด ประมาณ 3-4 วัน เพื่อให้ต้นกกแห้ง จากนั้นก็สามารถนำมาใช้ได้

วิธีการทอเสื่อ


             1.การร้อยเสื่อ โดยการใช้เอ็นร้อยที่ฟืม ซึ่งจะมีช่องที่เจาะรูเอาไว้ตามขนาดของคืบที่กำหนดเอาไว้ แล้วมัดเป็นเงื่อนติดกับไม้กลม ๆ ให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดขณะที่ทำเสื่ออยู่
             2. จากนั้นเมื่อร้อยเสื่อเสร็จก็จะเป็นการกดฟืมให้ติดกับกี่ด้านล่าง เพื่อเริ่มการทอเสื่อ
             3. มีการพุ่งเสื่อคือใช้ต้นกกโดยการใช้กระสวยเป็นตัวนำไป ต้นที่ใช้ใช้สลับกันคือ จะใช้โคน 1 ครั้ง แล้วกระทบเสื่อ 1 ครั้ง แล้วใช้ปลาย 1 ครั้ง แล้วกระทบเสื่อ 1 ครั้ง ทำอย่างนี้ติดต่อกันเรื่อย ๆ จนเต็ม
            4. เมื่อเสื่อเต็มลดก็จะมีขึ้นลดใหม่ แต่ต้องมีการตัดริมเสื่อเสียก่อนจากนั้นก็เริ่มลดใหม่เหมือนกับการขึ้นหน้าใหม่
            5. การใส่สีจะเริ่มใส่เมื่อตอนแรกและตอนสุดท้าย สีที่นิยมใส่กันมากที่สุดคือ สีแดง เขียว
            6. การมัดริมเสื่อ เมื่อทอเสื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะมีการตัดเสื่อออกจากกี่ จากนั้นก็จะมีการตัดริมเสื่ออีกครั้งและจะมีการแต่งเสื่อให้สวยอีกครั้งโดยใช้มีดโกน


เสื่อแบบผับ แบบผกพาง่ายและสะดวก


การวางจำหน่ายเสื่อและสาด มีหลายขนาดหลายราคา

             เสื่อและสาดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและครอบครัว ซึ่งสินค้าเป็นงานฝีมือสามารถนำจัดจำหน่ายสู่ท้องตลาดในราคาที่เป็นกันเอง และสามารถนำไปใช้ในการปูนอน ปูนั่ง เป็นต้น

ขอขอบคุณเว็บจาก
http://www.otoptoday.com/wisdom/8562/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%9A

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วิธีถักผ้าพันคอ โดยการสานผ้าพันคอด้วยไหมพรมอูด้ง

     
  วิธีถักผ้าพันคอ โดยการสานผ้าพันคอด้วยไหมพรมอูด้ง
ผ้าพันคอไหมพรมอูด้ง


              1. ก่อนอื่นหาวัสดุรองพื้นก่อน แนะนำว่าควรจะลื่นสักนิดนะคะ เพราะเราต้องเลื่อนไหมพรมถ้าหากแผ่นรองฝืดจะทำให้ชิ้นงานพังได้ค่ะ  เป็นฟิวเจอร์บอร์ด หรือกล่องเหมือนแม่ค้าก็ได้นะคะ วัดความยาวให้ที่เราต้องการก่อน
ไหมพรมอูด้ง
              วัดความยาวกล่อง ได้ 99 ซม. ถ้าหากสานผ้าพันคอแล้ว ก็จะยาวเพิ่มเป็นอีก 1 เท่า คือประมาณ 99x2 = 198 ซม. วัสดุรองพื้นที่ใช้จะหารครึ่งเสมอ เช่น ต้องการความยาวผ้าพันคอ 160 ซม. วัสดุรองพื้นจะยาว 80 ซม. เป็นต้น
alt
              2. มาถึงเรื่องของไหมพรมอูด้ง ถ้าต้องการลายตามแบบ ต้องใช้ไหมพรมที่เป็นสองสีใน 1 ม้วน และมีช่วงยาวสักหน่อยจากภาพ จะดึงไหมพรมออกมา แล้วตัดเป็น 3 ช่วงสี  เพื่อให้ได้ความยาวที่ต้องการ ตัดเกินไม่เป็นไรนะคะ แต่ขอให้ลงล็อคของสี งานจะได้ออกมาสวย
              เส้นที่ดึงออกมา จะเป็นสี ดำ แดง ดำ  พอถึงออกมาอีกครั้งจะเป็น  แดง ดำ แดง  ตัดให้ได้ทั้งหมด 8 เส้น หรือหากต้องการผืนกว้าง ก็สามารถเพิ่มจำนวนได้
alt
              3. นำไหมพรมที่ตัด มาพันรอบกล่อง (ด้านความยาวที่เราได้วัดไว้ในข้อ 1.)  ปล่อยปลายไหมไว้ด้านล่าง สังเกตสีของไหมอูด้งที่เริ่มพันจะเป็นสี ดำ แดง ดำ 
alt
ผูกปลายไหมแบบเงื่อนกระตุก ที่สามารถแก้ออกได้
alt
ทำให้ครบ ทั้ง 8 เส้น สังเกต 4 เส้นแรกจะเริ่มด้วยสีดำ  4 เส้นหลังจะเริ่มด้วยสีแดง
alt
4. เริ่มสานโดยใช้ไหมพรมที่เหลือ สานต่อได้
alt

alt

เริ่มยาวขึ้นแล้ว
alt
        ภาพด้านล่างนี้ ลองสังเกต ปลายไหมด้านล่าง หายไปแล้ว  จริง ๆ ไม่ได้หายไปไหน เมื่อเราถักได้ความยาวจนสุดขอบกล่องแล้ว เราจะต้องเลื่อนไหมพรมลงไปด้านล่าง เพื่อให้ถักได้ง่ายขึ้นนั่นเอง เพราะฉะนั้นปลายไหมจะไปซ่อนอยู่ด้านหลัง และจะเลื่อนขึ้นมาอยู่ด้านหน้าเมื่อเราถักเสร็จเรียบร้อย
alt

alt
              เราสานไปเรื่อย ๆ จนสุดปลายไหมที่เราผูกไว้  เราก็แก้ปมไหมพรมที่เราผูกไว้ออกจากกัน (เงื่อนกระตุก)  
             จากนั้นก็ผูกปลายไหมพรมแต่ละเส้นให้แน่น ผูกเส้นที่ 1 กับ 2 / เส้นที่ 3 กับ 4 ไปจนหมด   เพื่อใช้เป็นชายผ้าพันคอนั่นเอง
alt

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
http://www.dollyplus.com/article/673-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%8B%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%8B-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%87.html


วัดที่ต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต

    หลายๆท่านคงยังไม่ทราบว่าวัดในประเทศไทยของเรามีดีกว่าที่คิด วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ให้ประชาชนเข้ามาทำบุญไหว้พระแค่นั้น แต่ยังเป็นสถานที่ให้ชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยเข้ามาเที่ยวชมความเป็นไทยของประเทศเรา วัดแต่ละทีจะมีลักษณะหรือการสร้างการบูรณาการที่แตกต่างกัน ความงดงามและน่าไปต่างกัน ในประเทศไทยมีวัดที่สวยงามน่าไปศักดิ์การระมากมายหลายแห่ง แต่ในที่นี้เพียง 5 วัดที่อยากให้รู้จัก และต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต...

วัดแรก วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน ราชบุรี
ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

บรรยากาศภายนอกวัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน


ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

                                            บรรยากาศภายในตัววัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน
ขอบคุณภาพจาก facebook ไหว้พระ

   ความสวยงามของวัดนี้จะอยู่ที่ตัวโบสถ์ เป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่า  นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปคู่วัด คือ พระศรีอารย์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่พิมพ์พระศรีอารย์ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป จีวรจับกลีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพกราบไหว้

วัดต่อมา วัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ท่ามกลางภูเขาหินปูน อุทัยธานี

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี
                                
                                          บรรยากาศภายในวัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ท่ามกลางภูเขาหินปูน 

ขอบคุณภาพจาก Jasmine Smell

       หลายคนที่เห็นภาพนี้คงคิดว่าเป็นรีสอร์ท หรือบ้านทรงไทย แต่นี้คืดวัด เป็นการสร้างที่ต่างจากวัดที่เรามักจะเห็นเป็นส่วนใหญ่  การออกแบบของวัดแห่งนี้ออกแบบลักษณะคล้ายๆเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ  ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของชั้นที่ 2 เป็นวิหาร , ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และ ชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สักบริเวณด้านหน้ามีสวนไม้ดัดและบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเหมาะแก่บุคคลที่ชอบปฏิบัติธรรม เพราะบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ

วัดที่ 3 วัดสันป่ายางหลวง  วัดสวยล้านนากลางป่าคอนกรีต ลำพูน

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี
ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

                                                           บรรยากาศภายนอกวัดสันป่ายางหลวง

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

                                                         บรรยากาศภายในวัดสันป่ายางหลวง

ขอบคุณภาพจาก Nainame

           วัด “สันป่ายางหลวง” วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยเชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา การตกแต่งนอกจากจะใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีการสอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงไปในการก่อสร้างอีกด้วย ความงามของพระพุทธรูปหินหยกขาวปางปรินิพพาน , มณฑปพระเขี้ยวแก้วซึ้งเป็นพระเขี้ยวแก้วของพระมหาสารีบุตร , พระเขียวโขง , พระพุทธรูปแก้วขาวของเก่าเมืองลำพูน รวมทั้งพระเครื่องสกุลหริภุญชัยซึ่งอยู่ภายในวัดแห่งนี้.ตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพากันมาสักการะและเยี่มชมเรื่อยๆ

วัดที่ 4 วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร วัดแบบโบสถ์คริสถ์หนึ่งเดียวในไทย อยุธยา

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

                                                    บรรยากาศภายนอกวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

                                                  บรรยากาศภายในวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร
ขอบคุณภาพจาก facebook ไหว้พระ

          วัดแห่งนี้ออกแบบโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะ ตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญชน นอกจากนี้ บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์   

วัดที่ 5 วัดท่าซุง ชมความงามวิหารแก้วอันเลื่องชื่อ  อุทัยธานี


ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

ที่เที่ยว  วัดสวย  เที่ยวเมืองไทย  เที่ยวทั่วไทย  ไทยเที่ยวไทย  เว็บท่องเที่ยว  ไปไหนดี  วัดสวยทั่วไทย  วัดทองคำ  วัดแปลก  วัดพระศรีอารย์  เที่ยวราชบุรี  อุโบสถทองคำร้อยล้าน  วัดถ้ำเขาวง  เที่ยวอุทัยธานี  วัดไม้เก่าแก่  วัดสันป่ายางหลวง  เที่ยวลำพูน วัดแห่งแรกในล้านนา  วัดแบบล้านนา  วัดเจดีย์ชัยมงคล  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เที่ยวร้อยเอ็ด  วัดถ้ำเสือ  เที่ยวกาญจนบุรี  พระพุทธรูปปางประทานพรใหญ่ที่สุด  วัดป่าสว่างบุญ  เจดีย์ทองคำ 500  ยอด  เที่ยวลพบุรี  วัดท่าซุง  เที่ยวอุทัยธานี  วิหารแก้ว  โบสถ์ทองคำ  วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์  พุทธคยาจำลอง  เที่ยวนครสวรรค์  วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร  วัดแบบโบสถ์คริสถ์  วัดแบบโกธิค  เที่ยวอยุธยา  วัดเกริ่งกฐิน  เที่ยวลพบุรี

ขอบคุณภาพจาก facebook ไหว้พระ

          วัดแห่งนี้จะเป็นวัดเก่าบริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้วและมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑปและ พระวิหารแก้ว ที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราช จำลอง และศพของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย  ไฮไลท์ความงามของที่นี่ต้องยกให้วิหารแก้ว ซึ่งสร้างด้วยโมเสกสีขาวใส มองดูเหมือนแก้ววาววับอยุ่ภายใน สวยแปลกตา

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558



ความเป็นมาของโครงการทะเลสาบทุ่งกุลา (แก้มลิงบ้านม่วงสวรรค์)
                เดิมเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ของบ้านโพนม่วงหมู่ที่ 10 มีเนื้อที่ 750 ไร่ ในสมัยจอมพล ป.พิบูล สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความประสงค์ที่จะให้ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่างๆ จัดหาที่เดินรกร้างว่างเปล่าไว้เป็นที่สาธารณะประจำตำบล หรือหมู่บ้าน ชาวบ้านโพนม่วงจึงมีประชาคมเลี้ยงสัตว์ของหมู่บ้าน ต่อมาปี พ.. 2526 ด้วยมีประชากรจำนวนมากเกินความสามารถของผู้ใหญ่บ้านจะดูแลได้ด้วยทั่วถึงจึงมีการแยกหมู่บ้านที่ 16 บ้านม่วงสวรรค์ และทำเลเลี้ยงสัตย์ได้ไปอยู่ในปกครองของหมู่บ้านม่วงสวรรค์ด้วย จากการแยกตั้งตำบลใหม่ของตำบลหนองเรือหมู่ที่อยู่ท้ายๆจึงเลื่อนลำดับมาแทนหมู่ที่ว่างลง จึงได้กลายมาเป็นบ้านม่วงสวรรค์หมู่ที่ 7 ขณะที่บ้านโพนม่วงยังเป็นหมู่ที่ 10 เหมือนเดิม
                ปี พ.. 2530 ในสมัยรัฐบาลพลเอก เปรมติณสูลานนท์ ได้เริ่มโครงการอีสานเขียวขึ้น โดยมีพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยทำเลเลี้ยงสัตว์เป็นพื้นที่กว้าง จึงได้มีการสนันสนุนให้มีการปลูกไม้ยูคาลิปตัส เพื่อสร้างพื้นที่ป่าขึ้นในทุ่งกุลาร้องไห้ หลังการปลูกชาวบ้านได้มรการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.. 2550 ผู้นำหมู่บ้านทั้ง 2 หมู่ได้มีการประชุมและเล็งเห็นว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้พื้นที่นั้นมีความคุ้มค่าน้อยมาก และชาวบ้านเองก็มีความเดือดร้อนเกี่ยวกับภัยแล้งเป็นประจำจากการประชาคมร่วมของ 2 หมู่บ้านได้มีมติให้นำเสนอความเดือดร้อนด้านความแห้งแล้ง และให้มีการขุดลอกพื้นที่ทำเลเป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำไว้แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
                ในปี พ.ศ. 2553 รัฐบาลได้อนุมัติให้กรมชลประทานให้ดำเนินการขุดลอกให้เป็นแก้มลิง ในโครงการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2554 โดยมีความจุน้ำของโครงการ กักเก็บน้ำได้ 1,900,000 ลูกบาศก์เมตร
                โครงการทะเลสาบทุ่งกุลา (แก้มลิงบ้านม่วงสวรรค์)
ตั้งอยู่บ้านม่วงสวรรค์ หมู่ที่ 7 ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ มีพื้นที่ 750 ไร่ จัดเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งรายล้อมไปด้วยไร่นาสภาพน้ำมีความใส่และมีสีฟ้าคราม ในอนาคตจะกลายมาเป็นโครงการนิคมการเกษตรข้าวหอมมะลิอินทรีย์ สินค้าทุ่งกุลาร้องให้
                ในพื้นที่ของโครงการได้จัดดำเนินกิจกรรมไปแล้ว ได้แก่ โครงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 84 พรรษา ปี 2554 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนประมาณ 560,000 ตัว
และโครงการปลูกต้นไม้ถวายแม่ของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 เพื่อรณรงค์การปลูกป่าและปลูกจิตสำนึกประชาชนให้มีส่วนร่วมในการปลูกป่า
สถิติประชากรจากทะเบียนบ้าน แยกรายพื้นที่ ระดับตำบล
ข้อมูลของตำบลไพรขลา อ.ชุมพลบุรี ของเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2557
ตำบล/แขวง
ชาย
หญิง
รวม
ตำบลไพรขลา
3487
3459
6946
หมู่ที่ ไพรขลา
446
436
882
หมู่ที่ ขาม
518
517
1945
หมู่ที่ โพนทัน
136
142
278
หมู่ที่ 4 ไพรขลาน้อย
375
399
774
หมู่ที่ ตาเฮอ
141
133
274
หมู่ที่ โนนสมบูรณ์
114
102
216
หมู่ที่ ม่วงสวรรค์
576
572
1148
หมู่ที่ 8 โนนตาล
169
187
356
หมู่ที่ 9 โนนโพธิ์
252
249
501
หมู่ที่ 10 โพนม่วง
435
415
850
หมู่ที่ 11 โพนงาม
213
213
426
หมู่ที่ 12 โนนหนามแท่ง
102
94
196
                ในโครงการนี้มีกิจกรรมเครื่องเล่นมากมาย อาทิ เช่น บานาน่าโบ๊ต  ห่วงยาง เป็ดน้ำ  เจ็ทสกี โซฟา และแพ 
อัตราค่าใช้บริการเครื่องเล่น
                บานาน่าโบ๊ต 6 ที่นั่งและโซฟา 4 ที่นั่ง ค่าใช้บริการเที่ยวละ 300 บาท แพเรือนใหญ่ชั่วโมงละ 300 บาท แพเรือนกลางชั่วโมงละ 250 บาท แพเรือนเล็กชั่วโมงละ 200 บาท เป็นน้ำชั่วโมงละ 100 บาท ครึ่งชั่วโมง 60 บาท ห่วงยางขนาดใหญ่ 30 บาท ขนาดกลาง 20 บาท ขนาดเล็ก 10 บาท เล่นได้ทั้งวัน
                อาหารและที่พัก
กระท่อมเรือนละ 200 บาททั้งวัน
                 เมนูอาหาร
                ตำปู-ปลาร้า 40 บาท ตำไทย 40 บาท ตำซั่ว 40 บาท ตำป่า 40 บาท ตำผสม 40 บาท ตำแตง 40 บาทตำถั่ว 40 บาท ต้มยำทะเลหม้อไฟ 120 บาท ต้มแซ่บกระดูกอ่อน 120 บาท ยำวุ่นเส้น 60 บาท ยำหมูยอ 60 บาท ยำรวม 60 บาท ลูกชิ้นทอด ชุดละ 50 บาท ปลาเผา ตามขนาด ไก่ย่าง ตามขนาด ข้าวผัด 40 บาท ข้าวสวย 10 บาท ข้าวเหนียว 10 บาท เครื่องดื่มทุกชนิด






















                ภายในโครงการได้มีการติดตั้งแผง Solar Cell เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในการปั๊มน้ำขึ้นมาใช้ในโครงการ
                นอกจากโครงการทะเลสาบทุ่งกุลา (แก้มลิงบ้านม่วงสวรรค์) จะช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งแล้ว ชาวบ้านยังได้ใช้ประโยชน์ทำการเกษตรเป็นแหล่งอาหารโปรตีน และยังเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ          
แผนพัฒนาการท่องเที่ยวทะเลสาบทุ่งกุลาอย่างยั่งยืนสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต
                วิสัยทัศน์
                ทะเลสาบทุ่งกุลาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีขีดความสามรถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในประเทศ สามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้ โดยคำนึงถึงความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน
                พันธกิจ
                1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว ตลอดจนปัจจัยสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว ให้มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล
                2. พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้มีศักยภาพ มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทรัพยากรท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และวิถีชีวิตของชุมชน
                3. เตรียมความพร้อมของภาคบูรการและปัจจัยการสนับสนุนการท่องเที่ยวให้มีความพร้อมในการรองรับในการเปลี่ยนแปลง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของตำบล
                4. สร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตำบล
                5. บูรณาการงานด้านการท่องเที่ยวอย่างมีเอกภาพและการบริหารจัดการอย่างมีส่วนรวมจากทุกภาคส่วน
                วัตถุประสงค์
                1. สร้างขีดความสามารถในการแข็งขันด้านการท่องเที่ยวของทะเลสาบทุ่งกุลาให้มากขึ้น
                2. สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น โดยเน้นการพัฒนากิจกรรมที่สร้างมูลค่าและคุณค่า
                3. สร้างรายได้และกระจายรายได้โดยคำนึงถึงความสมดุลระยะและยั่งยืน
                เป้าหมาย
                1. เพิ่มอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของทะเลสาบโยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าอันดับ 5 ของจังหวัดสุรินทร์
                    1.1 อันดับขีดความสามารถด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าอันดับ 5 ของจังหวัดสุรินทร์
                    1.2 อันดับขีดความสามารถด้านสภาพวะแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าอันดับ 5 ของจังหวัดสุรินทร์
                    1.3 อันดับขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าอันดับ 5 ของจังหวัดสุรินทร์
                2. รายได้จาการท่องเที่ยวของทะเลสาบทุ่งกุลา เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
แผนที่ที่ตั้งทะเลสาบทุ่งกุลา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก องค์การบริหารส่วนตำบลไพรขลา